นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เป็นหน้าที่ของ นายจ้างทุกรายที่จะต้องร่วมกันดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทฯ มีการรับพนักงานขับรถยกเข้ามาใหม่ ซึ่งพนักงานดังกล่าวมีวุฒิบัตรที่แสดงว่าได้ผ่านการฝึกอบรมการขับรถยก มีระยะเวลาในการเข้ารับฝึกอบรม 6 ชั่วโมง โดยบริษัทฯ จะจัดฝึกอบรมเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายในระยะเวลา 4 เดือน นั้น หากบริษัทฯ มีเอกสารหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่าการฝึกอบรมของพนักงานดังกล่าว เป็นการฝึกอบรมหลักสูตรรถยกในประเภทที่กฎหมายกำหนดและตรงตามประเภทรถยกที่ลูกจ้างทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ก็ถือได้ว่าผ่านการฝึกอบรมตลอดหลักสูตรน้อยกว่า 12 ชั่วโมง ตามความในประกาศกรมฯ ข้อ 9 วรรคสอง โดยบริษัทฯ จะต้องจัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมในหัวข้อวิชาและระยะเวลาในการฝึกอบรมตามประกาศกรมฯ ข้อ 5 (1) และทดสอบตามข้อ 5 (3) (ก) รวมถึงต้องผ่านเกณฑ์การประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างผู้ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยกตามประกาศกรมฯ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ มีการวางแผนในการฝึกอบรมเพิ่มเติมให้แก่พนักงานภายในระยะเวลา 4 เดือนโดยชัดเจน ในช่วงเวลาก่อนที่พนักงานดังกล่าวจะได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมให้ครบถ้วน บริษัทฯ สามารถให้พนักงานปฏิบัติงานในตำแหน่งพนักงานขับรถยกได้ เนื่องจากได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับรถยกมาแล้วระยะเวลา 6 ชั่วโมง จึงมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้รถยก ความปลอดภัยในการขับรถยก การตรวจสอบและบำรุงรักษารถยกแล้ว เพียงแต่รอเวลาเข้ารับการฝึกอบรมให้สอดคล้องตามกฎหมายต่อไป

ตารางสรุปคุณสมบัติวิทยากร
คุณสมบัติตามประกาศกรมฯคุณสมบัติวิทยากรตัวอย่างเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๗ (๑)- มีวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต/ครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต/ อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต/ วิทยาศาสตรบัณฑิต
- มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
- มีประสบการณ์การเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
- เอกสารแสดงวุฒิการศึกษา เช่น สำเนาปริญญาบัตร สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)
- หนังสือรับรองประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ซึ่งรับรองโดยนายจ้างหรือ Job Description
- หนังสือรับรองประสบการณ์การเป็นวิทยากรไม่น้อยกว่าหนึ่งปี เช่น หนังสือเชิญเป็นวิทยากร กำหนดการอบรม ใบลงทะเบียนผู้เข้ารับการอบรมที่มีชื่อวิทยากรลงนามพร้อมภาพถ่ายประกอบ
ข้อ ๗ (๒)- มีวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม
- มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าสามปี
- มีประสบการณ์การเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าสามปี
- เอกสารแสดงวุฒิการศึกษา เช่น สำเนาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)
- หนังสือรับรองประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งรับรองโดยนายจ้างหรือ Job Description - หนังสือรับรองประสบการณ์การเป็นวิทยากร ไม่น้อยกว่าสามปี เช่น หนังสือเชิญเป็นวิทยากร ใบลงทะเบียน ผู้เข้ารับการอบรมที่มีชื่อวิทยากรลงนามพร้อมภาพถ่ายประกอบ
ข้อ ๗ (๓)- เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ
- มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าสามปี
- มีประสบการณ์การเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าสามปี
- หลักฐานการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
- หนังสือรับรองประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่งรับรองโดยนายจ้าง หรือ Job Description
- หนังสือรับรองประสบการณ์การเป็นวิทยากร ไม่น้อยกว่าสามปี เช่น หนังสือเชิญเป็นวิทยากร กำหนดการอบรม ใบลงทะเบียนผู้เข้ารับการอบรมที่มีชื่อวิทยากรลงนามพร้อมภาพถ่ายประกอบ
ข้อ ๗ (๔)- ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการซึ่งมีวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
- มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าห้าปี
- มีประสบการณ์การเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าห้าปี
- เอกสารแสดงวุฒิการศึกษา เช่น สำเนาประกาศนียบัตรวิชาชีพ สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)
- หนังสือรับรองประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าห้าปี ซึ่งรับรองโดยนายจ้าง หรือ Job Description
- หนังสือรับรองประสบการณ์การเป็นวิทยากร ไม่น้อยกว่าห้าปี เช่น หนังสือเชิญเป็นวิทยากร กำหนดการอบรม ใบลงทะเบียนผู้เข้ารับการอบรมที่มีชื่อวิทยากรลงนามพร้อมภาพถ่ายประกอบ
ข้อ ๗ (๕)- เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีประสบการณ์ในหัวข้อที่บรรยาย ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี- หนังสือมอบหมายให้เป็นวิทยากร กำหนดการอบรม

กฎหมายมีเจตนารมณ์ให้มีการฝึกอบรมทบทวนการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น โดยกำหนดช่วงเวลาในการทบทวนเพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอในการทบทวน โดยได้กำหนดไว้ตามประกาศฯ ข้อ 3 นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมทบทวนการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น กรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

(๑) ลูกจ้างผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและทำงานมาแล้วเป็นระยะเวลาสองปี โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันก่อนครบกำหนดสองปี หากมิได้จัดอบรมตามกำหนดเวลาดังกล่าว ต้องจัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมภาคทฤษฎี การทดสอบภาคทฤษฎี การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ และการทดสอบภาคปฏิบัติตามหลักสูตรข้อ ๒ (๑) ถึงข้อ ๒ (๘) แล้วแต่กรณี

โดยการกำหนดระยะเวลาให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันก่อนครบกำหนด 2 ปี เป็นการกำหนดกรอบระยะเวลาเพื่อให้การปฏิบัติตามประกาศฯ เป็นไปอย่างถูกต้องและชัดเจน ป้องกันการฝึกอบรมทบทวนเกินระยะเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหารจัดการของนายจ้าง นายจ้างสามารถจัดกลุ่มลูกจ้างที่มีกำหนดวันฝึกอบรมทบทวนใกล้เคียงกัน เพื่ออบรมในรอบการอบรมเดียวกันได้ โดยพิจารณาให้อยู่ภายในระยะเวลา 90 วันก่อนครบกำหนด 2 ปี เพื่อไม่ให้เกินกำหนดระยะเวลาที่ต้องอบรมทบทวนตามที่กฎหมายกำหนด

ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมผู้บังคับปั้นจั่นผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น และการฝึกอบรมทบทวนการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรในข้อ 2 ซึ่งประกอบด้วย 9 หลักสูตร โดยแบ่งตามชนิดและประเภทของปั้นจั่น ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

(1) ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ประเภทปั้นจั่นเหนือศีรษะ ปั้นจั่นขาสูง หรือปั้นจั่นที่มีลักษณะการทำงานคล้ายกัน
(2) ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ประเภทปั้นจั่นหอสูง หรือปั้นจั่นที่มีลักษณะการทำงานคล้ายกัน
(3) ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่

ตามขั้นตอนการยกร่างประกาศฯ ได้พิจารณาแบ่งหลักสูตรตามชนิดและประเภทของปั้นจั่น โดยพิจารณาจากประเภทของปั้นจั่นที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย มีความแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน และอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นแต่ละประเภท ซึ่งการฝึกอบรมจะมีหัวข้อวิชาเกี่ยวกับ

(1) ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับปั้นจั่น
(2) เน้นให้ความรู้ด้านความปลอดภัย ไม่ใช่ความชำนาญในการบังคับควบคุมปั้นจั่น เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น

โดยนายจ้างสามารถพิจารณาส่งลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมตามตำแหน่งหน้าที่ที่ลูกจ้างได้รับมอบหมายและทำงานจริงได้

หากสถานประกอบกิจการได้มีการทดสอบความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำและหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อนประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานแล้ว ถึงแม้วิศวกรผู้ทำการทดสอบนั้นไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ ก็ตาม ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ในข้อ 109 และข้อ 111 แต่ในขั้นตอนต่อไปสถานประกอบกิจการต้องแจ้งผลการทดสอบดังกล่าวต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายในระยะเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่มีการทดสอบ โดยการแจ้งผลเป็นไปตาม “ทั้งนี้หากมีการปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วยโรงงาน ผลการทดสอบนั้นให้แนบสำเนาเอกสารเป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยโรงงานกำหนด”“พร้อมแนบสำเนาแบบทดสอบความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำ หม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนำความร้อน”

“รถยก” หมายความว่า รถที่ติดตั้งอุปกรณ์ใช้สำหรับการยกหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ เช่น ฟอร์คลิฟต์ (forklift) หรือรถที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน
โดยหลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก แบ่งประเภทของรถยกตามการใช้งาน ดังนี้

๑๑. รถยกประเภทอื่น ๆ เช่น – รถยก pellet Jack ที่มีต้นกำลังเป็นไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ในการบังคับการยกขึ้น – ลง หรือ เดินหน้า – ถอยหลัง ทั้ง 2 อย่าง, รถยก VNA

หมายเหตุ : หากรถยกของท่านมีคุณสมบัติดังกล่าวก็สามารถแยกประเภทของรถยกได้ดังที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งท่านต้องพิจารณาจากรายละเอียดและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด หากระบุไว้แบบใดก็ให้ยึดถือเป็นรถยกตามประเภทที่ได้ระบุไว้

เมื่อนายจ้างเป็นผู้จัดฝึกอบรมลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นตามชนิดและประเภทของปั้นจั่นตามหลักสูตรที่ได้กำหนดไว้ นายจ้างต้องดำเนินการแจ้งกำหนดการ สถานที่ หลักสูตรการฝึกอบรมตามชนิดและประเภทของปั้นจั่น รายชื่อลูกจ้างที่เข้ารับการฝึกอบรม พร้อมทั้งรายชื่อและคุณสมบัติวิทยากรต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดที่นายจ้างมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันจัดฝึกอบรม ทั้งนี้ อาจแจ้งเป็นเอกสารด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

การจัดทำรูปแบบการแจ้ง สามารถจัดทำในรูปแบบลายลักษณ์อักษรที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่กำหนดให้แจ้งนั้นต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ กำหนดการ สถานที่ หลักสูตรการฝึกอบรมตามชนิดและประเภทของปั้นจั่น รายชื่อลูกจ้างที่เข้ารับการฝึกอบรม พร้อมทั้งรายชื่อและคุณสมบัติวิทยากรเพื่อให้การรับแจ้งเป็นไปด้วยความถูกต้อง ดังนั้น ข้อมูลต่าง ๆ ที่นายจ้างแจ้งมาจึงต้องสอดคล้องกับที่กฎหมายกำหนด หากพนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจดูเอกสารการรับแจ้งแล้วพบว่า นายจ้างแจ้งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น วิทยากรมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด พนักงานตรวจความปลอดภัยสามารถไม่รับแจ้งในครั้งนั้น ๆ ได้ โดยการโทรศัพท์ให้ทางนายจ้างทราบ หรือแจ้งให้ทราบหลังการตรวจสอบเอกสารทันทีเพื่อให้นายจ้างแก้ไข

อย่างไรก็ตาม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงาน ได้ดำเนินการจัดทำแนวทางการพิจารณาการจัดฝึกอบรมในลักษณะต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณาของหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

แนวทางการตรวจรับรองประจำปีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานก่อสร้าง มีดังนี้

1. เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานก่อสร้างตามชนิดและประเภทที่กฎหมายกำหนดให้มีการตรวจรับรองประจำปี จะต้องมีคู่มือการใช้งานหรือรายละเอียดคุณลักษณะของเครื่องจักรและอุปกรณ์ ซึ่งผู้ผลิตได้กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบ บำรุงรักษาส่วนประกอบและอุปกรณ์ของเครื่องจักรตามข้อกำหนดและรอบระยะเวลาที่เหมาะสม หากไม่มีคู่มือการใช้งาน นายจ้างต้องจัดให้วิศวกรเป็นผู้กำหนดคู่มือการใช้งานขึ้นเป็นหนังสือ

2. ผู้ทำการตรวจรับรองประจำปี ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของเครื่องจักร ดังนี้

(1) เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานก่อสร้างที่เข้าข่ายเป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์ในงานสาขาวิศวกรรมควบคุม ผู้ตรวจรับรองประจำปีจะต้องเป็นวิศวกรตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร

(2) เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ได้รับการตรวจสอบหรือรับรองการใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามกฎหมายอื่น เช่น รถบรรทุก รถยก ให้ถือว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์นั้นได้ดำเนินการตรวจรับรองประจำปีตามกฎหมายนี้แล้ว

(3) เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ (1) และข้อ (2) ต้องตรวจรับรองประจำปีโดยผู้มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์นั้นๆ ต้องตรวจสอบบำรุงรักษาตามรอบระยะเวลาที่คู่มือการใช้งานกำหนดไว้ หากพบสภาพบกพร่องสึกหรอหรือชำรุดอันอาจจะก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งาน ต้องแก้ไขให้มีสภาพปลอดภัยก่อนการใช้งาน

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 3 ได้นิยามคําว่า “เครื่องจักร” หมายความว่า สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้น สำหรับก่อกำเนิดพลังงาน เปลี่ยนหรือแปลงสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ทั้งนี้ ด้วยกำลังน้ำ ไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม ก๊าซ แสงอาทิตย์ ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น และหมายความรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ ล้อตุนกำลัง รอก สายพาน เพลา เฟือง หรือสิ่งอื่นที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งเครื่องมือกล และ “ปั้นจั่น” หมายความว่า เครื่องจักรที่ใช้ยกสิ่งของขึ้นลงตามแนวดิ่ง และเคลื่อนย้ายสิ่งของเหล่านั้นในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบ ประกอบกับข้อ 72 ได้กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่นผ่านการอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทำงานที่ปลอดภัยในการทำงานของปั้นจั่น การป้องกันอันตรายจากปั้นจั่น รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างอุปกรณ์ การตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ของปั้นจั่น รวมทั้งการฝึกอบรมทบทวนการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นแต่ละประเภท โดยวิทยากรซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นแต่ละประเภท ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด เมื่อลักษณะการทำงาน ของบริษัทฯ มีการใช้ เครนยีราฟ 3 ขา ในการยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของในกระบวนการทำงาน ซึ่งเป็นเครื่องจักร ตามนิยามของกฎกระทรวงฯ โดยมีลักษณะการยกสิ่งของขึ้นในแนวดิ่ง และมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของดังกล่าวในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบ จึงเข้าข่ายตามนิยามคําว่า “ปั้นจั่น” แห่งกฎกระทรวงฯ ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นนั้น เข้ารับการอบรมในหลักสูตรผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ปั้นจั่นตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้งานปั้นจั่น และการฝึกอบรมทบทวนการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น

การทำงานบนที่สูง คือ การทำงานในพื้นที่ปฏิบัติงานที่สูงจากพื้นดิน หรือจากพื้นอาคารตั้งแต่สองเมตรขึ้นไป ซึ่งในกรณีที่ลูกจ้างต้องปฏิบัติงานในที่สูงดังกล่าว ซึ่งลูกจ้างอาจพลัดตกลงมาได้ นายจ้างต้องจัดให้มีข้อบังคับ และขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยในการทำงานในที่สูง ที่ลาดชันฯ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย การระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน การวางแผนการปฏิบัติงานและการป้องกันและการควบคุมอันตราย รวมทั้งต้องอบรมหรือชี้แจงให้ลูกจ้างทราบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และควบคุมดูแลให้ลูกจ้างปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดหลักสูตรการอบรม คุณสมบัติวิทยากร และรายละเอียดในการดำเนินการอบรมไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งหากการอบรมที่สถานประกอบกิจการจัดให้ดังกล่าวมีเนื้อหาและสาระสำคัญเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฯ แล้ว จึงถือได้ว่านายจ้างได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ในกรณีที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานเป็นผู้อบรมให้ ถ้าเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานนั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการทำงานในที่สูง ก็สามารถดำเนินการอบรมให้กับลูกจ้างผู้ปฏิบัติงานได้ ส่วนกรณีการออกไปประกาศนียบัตร (Certificate) กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องออกหลักฐานผ่านการฝึกอบรมแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ ควรจัดเก็บเอกสารหลักฐานการอบรมหรือชี้แจงไว้เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ (เช่น ทะเบียนรายชื่อลูกจ้างซึ่งผ่านการอบรมหรือชี้แจง) หรือหากนายจ้างต้องการออกใบประกาศนียบัตรให้กับลูกจ้างก็สามารถดำเนินการได้

สถานประกอบกิจการสามารถใช้ผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารได้ แต่วิศวกรผู้บันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าต้องขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ จึงจะถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องในเรื่องการจัดให้มีการตรวจสอบและจัดให้มีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558

วันที่ได้ทำการตรวจสอบเสร็จสิ้น หมายความว่า วันที่นายจ้างได้จัดให้มีการตรวจสอบและจัดให้มีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าของสถานประกอบกิจการเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากได้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าแล้วพบข้อบกพร่องนายจ้างต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้แล้วเสร็จและครบถ้วนก่อน จึงจะสามารถจัดทำและแจ้งบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยต่อไป

คำว่า “ข้าพเจ้า” หมายถึง บุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบและบันทึกผลการตรวจสอบฯสำหรับการขีดฆ่าข้อความในบันทึกดังกล่าวออกเนื่องจากนายจ้างยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงตามคำแนะนำ ความเห็น และข้อเสนอแนะของผู้ดำเนินการตรวจสอบไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจะเป็นการไม่สอดคล้องกับข้อ 3 แห่งประกาศกรมฯ

กรณีนายจ้างได้ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงตามคำแนะนำ ความเห็น และข้อเสนอแนะของผู้ดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จเกินวันสิ้นปีปฏิทิน ถือว่านายจ้างได้จัดให้มีการตรวจสอบและจัดให้มีการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าของสถานประกอบกิจการเสร็จสิ้นในวันดังกล่าว โดยหากในปีที่ผ่านมานายจ้างไม่ได้จัดให้มีการตรวจสอบดังกล่าว ถือว่านายจ้างปฏิบัติไม่สอดคล้องตามข้อ 3 และข้อ 4 แห่งประกาศกรมฯ

นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของจำนวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงานของสถานประกอบกิจการรับการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น โดยให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรม หากนายจ้างอบรมให้ลูกจ้างครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้เบื้องต้นแล้ว จะดำเนินการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นให้กับลูกจ้างต่อเนื่องจนครบทุกคนก็สามารถทำได้ เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย ส่วนกรณีการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยให้ลูกจ้างของนายจ้างทุกรายที่ทำงานอยู่ภายในอาคารเดียวกันและในวันเวลาเดียวกันทำการฝึกซ้อมพร้อมกัน นายจ้างสามารถดำเนินการเองได้โดยขอความเห็นชอบแผนการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่รับผิดชอบ และให้ดำเนินการขอความเห็นชอบก่อนการฝึกซ้อมไม่น้อยกว่าสามสิบวัน หรือให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ดำเนินการฝึกซ้อม

กฎกระทรวงฯ เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้อ ๘ กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีเส้นทางหนีไฟทุกชั้นของอาคารอย่างน้อยชั้นละสองเส้นทางซึ่งสามารถอพยพลูกจ้างที่ทำงานในเวลาเดียวกันทั้งหมดสู่จุดที่ปลอดภัยได้โดยปลอดภัยภายในเวลาไม่เกินห้านาที

“จุดที่ปลอดภัย” เป็นพื้นที่หรือสถานที่ที่ไม่มีการเกิดไฟไหม้หรือควัน ลูกจ้างสามารถอพยพไปถึงได้โดยไม่ได้รับอันตรายจากไฟ ควัน ความร้อน เป็นพื้นที่หรือสถานที่ที่ลูกจ้างสามารถรวมตัว เพื่อออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย เช่น พื้นที่ภายในอาคารที่ออกแบบป้องกันไฟและควันได้ตามมาตรฐาน หรือเป็นพื้นที่ภายนอกอาคาร จุดรวมพล

“จุดรวมพล” คือ ลานเปิดโล่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งหรือทั้งบริเวณลาน ใช้เป็นทางออกจากอาคารซึ่งจะต้องติดต่อกับถนน ซอย หรือทางสาธารณะโดยตรง โดยจุดรวมพลต้องมีขนาดพื้นที่เพียงพอกับจำนวนคนทั้งหมด โดยที่ตั้งของจุดรวมพลต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยจากอันตรายที่เกิดจากเพลิงไหม้หรือภัยประเภทอื่น ๆ เช่น การถล่มของอาคาร หรือเศษกระจกหรือวัสดุที่อาจตกหล่นจากอาคาร เป็นต้น หรือห่างจากอาคารไม่น้อยกว่าความสูงของอาคารและไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร จุดรวมพลต้องไม่เป็นพื้นที่ภายในอาคาร หรือโถงภายในอาคาร รวมทั้งถนน หรือผิวถนนโดยรอบอาคาร

กรณีอาคารสูง ถือว่าบันไดหนีไฟซึ่งมีประตูหนีไฟของแต่ละชั้นนั้นเป็นจุดที่ปลอดภัย และมีจุดรวมพลอยู่ลานหน้าอาคาร การนับระยะเวลาอพยพภายในห้านาทีจึงเริ่มนับตั้งแต่มีสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้แล้วลูกจ้างทั้งหมดที่อยู่ในแต่ละชั้นได้อพยพไปสู่จุดที่ปลอดภัยของแต่ละชั้น

เมื่อสถานประกอบกิจการจะจัดให้มีเส้นทางหนีไฟทุกชั้นให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ อย่างน้อย ๒ เส้นทาง ย่อมสอดคล้องกับกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้อ ๘ วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีเส้นทางหนีไฟทุกชั้นของอาคารอย่างน้อยชั้นละสองเส้นทาง ซึ่งสามารถอพยพลูกจ้างที่ทำงานในเวลาเดียวกันทั้งหมดสู่จุดที่ปลอดภัยได้โดยปลอดภัยภายในเวลาไม่เกินห้านาที และตามวรรคสอง กำหนดให้เส้นทางหนีไฟจากจุดที่ลูกจ้างทำงานไปสู่จุดที่ปลอดภัย ต้องปราศจากสิ่งกีดขวาง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กำหนดให้นายจ้างดำเนินการจัดให้มีเส้นทางหนีไฟของอาคาร เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของลูกจ้าง แต่กฎกระทรวงมิได้กำหนดรูปแบบลักษณะของบันไดหนีไฟไว้โดยเฉพาะ ทั้งนี้ สถานประกอบกิจการสามารถศึกษาได้จากมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัยที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานการป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้มีการกำหนดการจัดทำบันไดหนีไฟภายนอกอาคารแบบอนุโลม (Fire Escape Stair) ไว้ สำหรับอาคารเดิมที่มีจำนวนเส้นทางหนีไฟไม่เพียงพอ และถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นระบุว่าไม่สามารถสร้างบันไดหนีไฟภายนอกได้ ยินยอมให้ใช้บันไดหนีไฟภายนอกอาคารแบบอนุโลมเป็นส่วนประกอบในเส้นทางหนีไฟได้ แต่ต้องมีจำนวนไม่เกินครึ่งหนึ่งของเส้นทางหนีไฟที่ต้องการ สามารถใช้บันไดหนีไฟภายนอกอาคารแบบอนุโลมได้ทั้งแบบตรงหรือแบบวน ใช้ได้ทั้งแบบขนานและแบบตั้งฉากกับอาคาร และใช้ได้ทั้งแบบที่ติดอยู่กับอาคารหรือสร้างขึ้นอิสระจากอาคาร

กรณีนิติบุคคลใดที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๑ เพื่อเป็นผู้ให้บริการตามกฎหมาย ซึ่งในกรณีเป็นผู้ให้บริการด้านการฝึกอบรมลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นนั้น ต้องมีความพร้อมในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานในด้านต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแนวทางการจัดเตรียมเอกสารในการยื่นคำขอใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการจัดฝึกอบรมหลักสูตรผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น หากไม่มีความพร้อมเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น ปั้นจั่นที่ใช้ในการอบรม สถานที่ที่ใช้ฝึกอบรม นิติบุคคลรายนั้น ๆ จะไม่ได้รับการพิจารณาออกใบอนุญาตให้

เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตในการให้บริการจัดฝึกอบรมตามมาตรา ๑๑ เป็นผู้ฝึกอบรมลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง การแจ้งกำหนดการให้บริการ และการรายงานสรุปผลการให้บริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ของผู้รับใบสำคัญและผู้รับใบอนุญาต เพื่อให้ภาครัฐทราบและสามารถตรวจสอบการให้บริการได้ หากมีการดำเนินการไม่สอดคล้องกับกฎหมาย อาจจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

กฎกระทรวงฉบับนี้ใช้บังคับแก่กิจการหรือสถานประกอบกิจการ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑(๑) การทำเหมืองแร่ เหมืองหิน กิจการปิโตรเลียม หรือปิโตรเคมี
ข้อ ๑(๒) การทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง เก็บรักษา ปรับปรุง ตกแต่ง เสริมแต่ง  ดัดแปลง แปรสภาพ ทำให้เสีย หรือทำลายซึ่งวัตถุหรือทรัพย์สิน รวมทั้งการต่อเรื่อ การให้กำเนิด แปลง และจ่ายไฟฟ้าหรือพลังงานอย่างอื่น
ข้อ ๑(๓) การก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สามบิน ทางรถไฟ ทางรถราง ทางรถใต้ดิน ท่าเรือ อู่เรือ สะพานเทียบเรือ ทางน้ำ ถนน เขื่อน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบาย ท่อน้ำ โทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซหรือประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ รวมทั้งการเตรียมหรือวางรากฐานของการก่อสร้าง
ข้อ ๑(๔) การขนส่งคนโดยสารหรือสินค้าโดยทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และรวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
ข้อ ๑(๕) สถานีบริการหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซ
ข้อ ๑(๖) โรงแรม
ข้อ ๑(๗) ห้างสรรพสินค้า
ข้อ ๑(๘) สถานพยาบาล
ข้อ ๑(๙) สถาบันทางการเงิน
ข้อ ๑(๑๐) สถานตรวจทดสอบทางกายภาพ
ข้อ ๑(๑๑) สถานบริการบันเทิง นันทนาการ หรือการกีฬา
ข้อ ๑(๑๒) สถานปฏิบัติการทางเคมีหรือชีวภาพ
ข้อ ๑(๑๓) สำนักงานที่ปฏิบัติงานสนับสนุนสถานประกอบกิจการตาม (๑) ถึง (๑๒)
ข้อ ๑(๑๔) กิจการอื่นตามที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด

(๑) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ที่นายจ้างมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตซึ่งได้แก่กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ดังต่อไปนี้

(ก) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๑ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพระนคร และเขตสัมพันธวงศ์
(ข) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๒ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตจตุจักร เขตดอนเมือง เขตบางซื่อ เขตบางเขน และเขตหลักสี่
(ค) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๓ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตดินแดง เขตพญาไท เขตราชเทวี และเขตห้วยขวาง
(ง) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๔ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตบางรัก เขตปทุมวัน เขตยานนาวา เขตสาทร และเขตบางคอแหลม
(จ) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๕ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตคลองสาน เขตธนบุรี เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ และเขตบางพลัด
(ฉ) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๖ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตบางแค เขตภาษีเจริญ และเขตหนองแขม
(ช) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๗ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตจอมทอง เขตทุ่งครุ เขตบางขุนเทียน เขตบางบอน และเขตราษฎร์บูรณะ
(ซ) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๘ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตคลองเตย เขตบางนา เขตประเวศ เขตพระโขนง เขตวัฒนา และเขตสวนหลวง
(ฌ) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๙ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตคันนายาว เขตบางกะปิ เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง และเขตบึงกุ่ม
(ญ) กลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ ๑๐ สำหรับนายจ้างที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง เขตหนองจอก และเขตสายไหม

(๒) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดที่นายจ้างมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนั้นๆ

PDPA Icon

Our Cookie Policy
We use cookies to improve the performance and experience of using our website. You can find more details at Privacy Policy and manage your privacy settings by clicking Settings

Privacy Preferences

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary cookies
    Always Active

    Necessary cookies are essential for the functioning of the website, allowing you to use and browse the site normally. You cannot disable these cookies in our website's system.
    Cookies Details

  • Analytics Cookies

    for google analytics
    Cookies Details

Save